พระกรุคืออะไร
พระกรุ หมายความได้ว่า วัตถุบูชาหรือพระเครื่องที่ถูกบรรจุไว้ในพุทธปูชนีย
สถานต่างๆ เช่น เจดีย์ในวัด หรือใต้โบสถ์,วิหาร หรือแม้กระทั่งใต้ดิน หรือ
ใต้ต้นไม้ ระแวกชานชลาบ้านของผู้ครอบครองแต่โบราณก็ตามที สาเหตุ
สำคัญของการบรรจุ หรือเรียกว่าซ่อนก็ได้ ในบางกรณี เมื่ออดีตกาลนั้นอาจ
เป็นไปได้ในหลายประเด็น อันได้แก่...
เพื่อการเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นมรดกแก่ลูกหลานและชนรุ่นหลัง แม้กระทั่งเพื่อ
ตนเองก็ตามทีเมื่อยามเกิดวิกฤตกาล ,เพื่อการทำบุญหรือเพื่อทำตามความ
เชื่อก็ตามที โดยรวมความทั้งหมดนั่นแล้ว คือ เพื่อการเก็บรักษาให้ องค์พระ
เครื่องยังคงอยู่มิให้สูญหาย หรือถูกทำลายพระกรุโดยมากแล้วจะมีอายุมาก
กว่าร้อยปีขึ้นไป บางชนิดนั้นอายุมากกว่าพันปี ไปแล้ว เช่น พระรอด เป็นต้น
ครั้นนี้พระกรุต่างๆที่ถูกค้นพบหรือเรียกเหตุการณ์ที่ว่า ว่า แตกกรุ ขึ้นมา ใน
ปัจจุบันจึงทำให้เราชนรุ่นหลังได้ร่วมรำลึกถึงประวัติศาสาตร์,ความเจริญ
รุ่งเรืองในศิลปะและวัฒนธรรม ในยุคสมัยโบราณกาลต่างๆ ดังที่ได้สะท้อน
จากศิลปะลวดลายอันอลังการณ์ อ่อนช้อยและสวยงาม ของพระกรุ
รายนามพระกรุในเมืองไทยเท่าที่จะสืบค้นมาได้มีดังต่อไปนี้
๑.ลำพูน เช่น พระรอด พระคง พระเลี่ยง พระลือ
๒.พิษณุโลก เช่น พระนางพญา พระท่ามะปราง พระชินราช พระชินศรี
๓.พิจิตร เช่น พระพิจิตร พิมพ์ต่างๆ เช่น เม็ดข้าวเม่า ใบมะขาม หน้าจั่ว
๔.กำแพงเพชร เช่น พระกำแพง พิมพ์ต่างๆ เช่น ซุ้มกอ พลูจีบ กลีบบัว
๕.สวรรคโลก เช่น พระเม็ดน้อยหน่า พระบ้านกล้วย
๖.สุโขทัย เช่น พระผงดำ พระลีลาสุโขทัย
๗.สุพรรณบุรี เช่น พระผงสุพรรณ พระขุนแผน พระมเหศวร
๘.สวรรคบุรี เช่น พระวัดท้ายย่าน พระกำแพงเขย่งสรรค์
๙.ลพบุรี เช่น พระร่วง พระหูยาน พระวัดปืน
๑๐.เพชรบุรี เช่น พระวัดสมอปรือ พระวัดค้าวคาว พระหูยาน
๑๑.นครปฐม เช่น พระทวาราวดี
๑๒.กาญจนบุรี เช่น พระท่ากระดาน
๑๓.อยุธยา เช่น พระปรุหนัง พระใบเสมา พระใบพุดซา
๑๔.นครรัตนโกสินทร์ เช่น พระสมเด็จฯ
อ้างอิงจาก http://www.nongfahamulet.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539498349&Ntype=16
วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556
วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556
พระขรัวอีโต้
จากแผ่นทองแดงจารึกภาษาขอม ระบุว่า ผู้สร้างพระขรัวอีโต้นี้คือ สมเด็จพระศรีสมโพธิ์ และ นายทองด้วง มหาดเล็กคนสนิทของท่าน สมเด็จพระศรีสมโพธิ์ เป็นผู้มีคาถาอาคมแก่กล้า ชาวบ้านเคารพนับถือท่านมาก และต่างพากันเรียกสามัญนามของท่านว่า พระขรัวอีโต้ ตามประวัติเล่ากันว่า เมื่อครั้งสมัยไทยเสียกรุงแก่พม่าครั้งที่ ๒ เมื่อปี ๒๓๑๐ สมเด็จพระศรีสมโพธิ์ได้ถูกต้อนไปอยู่เมืองพม่าหลายปี ต่อมาเมื่อ พระเจ้ากรุงธนบุรี (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) ทรงกู้อิสรภาพได้แล้ว สมเด็จพระศรีสมโพธิ์ จึงได้หลบหนีพม่า กลับมาสู่เมืองไทย พร้อมกับโยมน้องผู้หญิงของท่านคนหนึ่ง ในระหว่างทาง เวลาค้างแรม ท่านจะนำ มีดอีโต้ คั่นตรงกลาง ระหว่างท่านกับโยมน้องผู้หญิงทุกครั้ง จนกลับมาถึงกรุงธนบุรี โดยพำนักอยู่ที่วัดราษฎร์บูรณะ (วัดเลียบ) ชาวบ้านและพระสงฆ์ต่างโจษจันกันว่า ท่านจะต้องอาบัติปาราชิกกับโยมน้องผู้หญิงของท่านอย่างแน่นอน เพราะเป็นการรอนแรมมาด้วยกันเพียง ๒ คน เมื่อมีการร่ำลือกันมากๆ ท่านจึงประกาศเชิญผู้ที่กล่าวหา และผู้ที่สงสัยในตัวท่าน มาที่ริมสระน้ำในวัด แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง โดยมี มีดอีโต้ เป็นพยาน แต่ไม่มีใครเชื่อ ท่านจึงทำการเสี่ยงสัตย์ต่อพระแม่คงคา ขอให้พระแม่คงคาเป็นพยานยืนยันว่า ถ้าท่านบริสุทธิ์ อยู่ในศีลพรหมจรรย์จริง ขอให้มีดอีโต้เล่มนี้จงลอยน้ำ หลังจากนั้น ท่านได้ขว้าง มีดอีโต้ ของท่านลงไปในน้ำ ได้เกิดปรากฏการณ์เป็นที่มหัศจรรย์มาก มีดอีโต้ไม่จมน้ำ กลับลอยอยู่บนผิวน้ำ ทั้งๆ ที่ปกติจะต้องจมน้ำ เพราะมีดเป็นเหล็ก ย่อมมีน้ำหนักพอสมควร ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงตื่นตะลึงและโจษขานกันว่า ขรัวอีโต้ลอยน้ำ พร้อมกันนั้น ทุกคนก็เชื่อในความบริสุทธิ์ของท่าน และเรียกชื่อท่านว่า พระขรัวอีโต้ลอยน้ำ หรือ พระขรัวอีโต้ จนเป็นฉายานามของท่านตลอดมา พระขรัวอีโต้ เป็นผู้มีวิชาความรู้ทางคาถาอาคมมาก ชาวบ้านต่างพากันให้ความเคารพศรัทธาเลื่อมใส ขณะเดียวกันท่านก็ได้เป็นที่พึ่งพาอาศัยของชาวบ้านมาโดยตลอด จนได้เป็น สมเด็จพระศรีสมโพธิ์ ต่อมาท่านพร้อมกับ นายทองด้วง ได้สร้าง พระเนื้อผง ขนาดองค์พระเล็กกะทัดรัด ขึ้นมาเพื่อสืบพระศาสนา โดยบรรจุไว้ที่เจดีย์วัดราษฎร์บูรณะ ว่ากันว่าจำนวนพระที่สร้างมีมากถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ ตามพระธรรมขันธ์ พระเครื่องนี้ชาวบ้านเรียกตามชื่อของท่านว่า พระขรัวอีโต้ เป็นความเข้าใจที่ง่ายดี พระขรัวอีโต้ ที่บรรจุเอาไว้ในองค์เจดีย์ ถูกชาวบ้านลักขุดอยู่เป็นประจำ จนในที่สุด พระได้แตกกรุอย่างเป็นทางการ เมื่อพ.ศ.๒๔๗๓ ช่วงที่ทางราชการได้ขยับขยายพื้นที่ เพื่อก่อสร้าง สะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระขรัวอีโต้ กรุวัดเลียบ(วัดราษฎร์บูรณะ) ต่อมาได้มีผู้นำพระขรัวอีโต้ พระพิมพ์นี้ไปใช้แล้วเกิดประสบการณ์มากมาย โดยเฉพาะด้านแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี จนได้รับสมญานามว่า พระรอดเมืองใต้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









































